รีวิว ประสบการ์ณเรียนภาษา & เที่ยวใน Auckland, New Zealand Ft. พี่อุ๋ม
รีวิว ประสบการ์ณเรียนภาษา เที่ยวใน Auckland,
New Zealand Ft. พี่อุ๋ม
.
สวัสดีค่ะ ชื่อ อุ๋ม ค่ะ ได้มีโอกาสไปเรียนภาษาที่นิวซีแลนด์มา 8 เดือนค่ะ ประสบการณ์ที่ได้รับสนุกสนาน โหด มันส์ ฮา มากๆ ขอเริ่มต้นด้วยการเที่ยวเกาะใต้ประเทศนิวซีแลนด์ก่อนเลยแล้วกันนะค่า (เราทำงาน Part time มาอย่างหนักหน่วงก็เพื่อสิ่งนี้ ฮ่าๆ เดี๋ยวจะรีวิวเรื่องทำงานให้ฟังเป็นพาร์ทที่สองนะคะ อิอิ)
.

.
เมื่อมาถึงนิวซีแลนด์แล้วสิ่งที่พลาดไม่ได้คือการลงไปเที่ยวเกาะทางใต้ของประเทศ ถ้าไม่ไปเที่ยวเกาะใต้ถือว่าผิดและถือว่าไปไม่ถึงนิวซีแลนด์น่ะเธอ ฮ่าๆ ก่อนเริ่มทริปการเที่ยวครั้งนี้ก็มีการเปิด Google หาข้อมูลที่พัก การเดินทาง แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจกันไม่หลับไม่นอน ยิ่งเปิดเจอรูปสวยๆ ดูรีวิวบล็อกเกอร์ฝรั่งลงรูปไว้ก็ยิ่งอยากไป หลังจากแพลนและคำนวณค่าใช้จ่ายตามกำลังทรัพย์ของเราแล้ว เราและเพื่อนก็เลือกที่จะเที่ยวแบบ Bus Pass เพราะสะดวกไม่ต้องขับรถเองให้เหนื่อย แถมยังได้เจอเพื่อน Backpacker ชาติต่างๆ ด้วย เป็นการเพิ่มเพื่อนใหม่ไปอีกทาง ที่นิวซีแลนด์จะมี Bus Pass อยู่ 2 เจ้าใหญ่ๆ เราสามารถเลือกได้ตาม Route ที่เราอยากไปและมีจำนวนวันเที่ยวพอกับ Route นั้นๆ ซึ่งในเว็ปของแต่ละ Bus Pass จะแจงรายละเอียดไว้ค่อนข้างถี่ถ้วนเลยทีเดียว เราสามารถแพลนทริปการไปเที่ยวของเราได้อย่างสบาย Route ที่เราเลือกคือเริ่มต้นที่ Queenstown และไปจบที่ Christchurch ถือว่าเป็น Route ที่ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวและที่สำคัญกระเป๋าเงินไม่แหกมากเท่าไหร่ ฮ่าๆ ขอแนะนำว่าควรไปหน้าหนาวของนิวซีแลนด์นะคะ ประมาณเดือน มิถุนายน - สิงหาคม ค่ะ พร้อมแล้วก็เก็บกระเป๋าเดินทางกันจ๊า
.
อุ๋มแนะนำเมือง Queenstown เพราะเป็นเมืองที่สวยมาก บรรยากาศโรแมนติคสุดๆ เมืองเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างหุบเขาสูง โอ่ยยยย ดีมาก แนะนำว่าจองตั๋วเครื่องบินให้นั่งริมหน้าต่างนะคะ เพราะเราจะเห็นวิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ประมาณ 15 – 20 นาทีกันเลยทีเดียว
.

การเข้าในตัวเมืองก็ง่ายๆ เลยค่ะ สามารถนั่งบัสจากสนามบินได้เลย ของเราซื้อแบบเที่ยวเดียว เพราะขากลับไม่ได้ขึ้นเครื่องกลับสนามบินนี้ ราคาค่าบัส 10 ดอลล่าค่ะ เช็คอินเข้าที่พักแล้ว เดินเล่นรอบๆ เมืองซ่ะหน่อย และก็ไม่พลาดที่จะซื้อเบอร์เกอร์ร้าน Fergburger เจ้าดังในเมืองควีนทาวน์ เป็นอาหารมื้อเย็น
.
รสชาติเบอร์เกอร์อร่อยมากค่ะ ให้ไปเลย 10 ดาว เนื้อคุณภาพดี ซอสที่ราดก็อร่อย ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน นั่งกินตอนอากาศหนาวๆ ฟรินไปอี้กกกก หลังจากอิ่มท้องเดินดูเมืองต่ออีกนิด นั่งดูเป็ดเดินวนไปวนมา ได้คุยกับนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียที่ยืนให้อาหารเป็ดอยู่ เค้าบอกว่าเค้าพกขนมปังมาเพื่อให้อาหารเป็ดโดยเฉพาะเลย
.

.
เริ่มต้นทริปตั้งแต่เช้าตรู่ รถบัสที่เราซื้อทริปไว้มารับตรงเวลาเป๊ะ ขนกระเป๋าขึ้นรถ ทักทายเพื่อนร่วมทริป พร้อมตะลุยเกาะใต้แล้ว เย้ นั่งรถมาได้หลายชั่วโมง ไกด์ของเราจอดรถให้พักที่เมืองเล็กๆ ชื่อ Te Anau เมืองนี้เงียบมาก บรรยากาศดี
.
นกแก้ว Kea ได้รับฉายาว่าเป็นนกแก้มจอมเกเร แต่สำหรับเราแล้ว มันฉลาดและน่ารักมากเลย เราแกล้งทำเสียงเลียนแบบมัน มันสงสัยใหญ่เลย ฮ่าๆๆ ได้เวลาขึ้นเรือท่อง Milford Sound ในเรือจะมีกาแฟและชาร้อนบริการ ชมวิวไปจิบชาไปเพลินสุดๆ Milford Sound เป็นอีก 1 สถานที่ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เพราะธรรมชาติที่นั่นสวยมาก ทิวเขาลูกน้อยใหญ่ อลังการณ์ ตื่นตา ตื่นใจเป็นที่สุด
.
.
ลงจากเรือท่องแล้ว คืนนั้นเราก็เดินทางต่อไปนอนพักกันที่ Gunns Camp Hollyford Valley ซึ่งไม่ไกลจาก Milford Sound เลย ที่แคมป์นี้จะไม่มีสัญญาณมือถือ และ Wifi ใดๆ ทั้งสิ้น ไฟฟ้าจะดับตอน 4 ทุ่มด้วยค่ะ ตอนแรกเราก็แอบตกใจว่าสัญญาณมือถือไม่มีเลย แล้วจะทำยังไง เอากระเป๋าเข้าห้องปุ๊บก็เดินสำรวจรอบๆ แคมป์ดีกว่า แคมป์ที่นี่อยู่ท่ามกลางภูเขา มีภูเขาห้อมล้อม มีธารน้ำไหลผ่าน แอบเป็นน้ำตกเล็กๆ ก็ว่าได้ น้ำเย็นมาก เราถอดรองเท้า เอาเท้าแช่น้ำ แต่ก็นั่งได้ไม่นาน เพราะน้ำเย็นจัดมาก ฮ่าๆ เปลี่ยนไปนั่งด้านบนแทนดีกว่า มีโต๊ะน่ารักๆ ที่ทำลวดลายเป็นรูปหัวใจไว้ให้นั่ง เรานั่งดื่มด่ำธรรมชาติให้ได้เยอะที่สุดประมาณ 30 นาทีได้ ไปอาบน้ำสระผม แล้วช่วยเพื่อนๆ ทำอาหารมื้อเย็นกินกันจ๊า

ออกจาก Gunns Camp เดินทางสู่ เกาะ Stewart Island เกาะใต้สุดของประเทศนิวซีแลนด์ ระหว่างทาง ไกด์ ของเราก็แนะนำร้านขาย fish and chips ราคา 5 ดอลล่านิวซีแลนด์เท่านั้น สำหรับเราถือว่าอร่อยและคุ้มมาก พอเริ่มอยู่ที่นี่นานจะไม่ค่อยอยากจิ้มอาหารกับพวกซอสต่างๆ เราว่าแบบไม่จิ้มก็อร่อยไปอีกแบบนะ
.

.

.
บนเกาะ Stewart Island เป็นเกาะที่คนไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่และมีประชากรอาศัยอยู่น้อย ใช้ระยะเวลาในการนั่งเรือไปเกาะประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ (หลับได้หลับเลยนะคะ เพราะคลื่นแรงมาก ขนาดเรือใหญ่ยังมีแอบเมาเรือเล็กๆ เลยค่ะ) กิจกรรมบนเกานี้ไม่มีอะไรมาก ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะมานอนพักและเช่ารถขับรอบเกาะกัน ที่เกาะนี้ยังมีนกกีวี่ที่เป็นนกประจำชาติของประเทศนิวซีแลนด์อาศัยอยู่ค่ะ เรากับเพื่อนๆ ก็ไม่พลาดที่จะลองเดินตามหานกกีวี่กัน หลังจากทานมื้อค่ำกันแล้วก็ลุย!! ใช้เวลาเดินและยืนนิ่งๆ เพื่อรอฟังเสียงนกกีวี่กันประมาณ 2 ชั่วโมงได้ เราไม่ได้เข้ากันไปในป่าลึกมาก เพราะแต่ละคนมีแค่มือถือที่ใช้เปิดไฟฉายกันเท่านั้น เพื่อนๆ เลยตัดสินใจแยกย้ายกันกลับที่พักค่ะ
.
ขณะที่รอเวลาเรือออกเที่ยวบ่าย 3 โมง ก็มานั่งดูน้ำทะเล ดูปลา นั่งอ่านหนังสือได้นะคะ พวกเราออกจากเกาะ Stewart Island มาตอนเย็น เดินทางมุ่งหน้าสู่ Queenstown อีกครั้ง หลังจากนี้จะเป็น Free Day ของแต่ละคนค่ะ เลือกทำกิจกกรมกันตามใจชอบได้เลย หลังจากปาร์ตี้กับเพื่อนและไกด์กันอย่างหนักหน่วง ตื่นเช้ามาก็หาอาหารเช้าแบบมื้อใหญ่ (จานใหญ่) ทานสักนิด ขอแนะนำร้าน Red Rock เลยค่ะ อาหารอร่อย ราคาต่อจานไม่แพงมาก มีอาหารหลายประเภทให้เลือก อิ่มท้องก็ลุยกิจกรรมกันต่อค่า

เราเลือกเล่น Jet Boat ราคา 95 ดอล จองจากเว็ป Bookme จะได้ส่วนลดอีกเยอะเลยค่ะ ระหว่างรอรอบเล่น Jet Boat ก็เดินหาแพคเกจสกีจากร้านต่างๆ สำหรับกิจกรรม
.
วันรุ่งขึ้นอีก 1 วันเต็มๆ ค่ะ และแล้วก็ถึงเวลาลงเรือ Jet Boat ตื่นเต้น เพราะไม่รู้ว่าเรือจะเหวี่ยงแรงแค่ไหน พอถึงเวลาที่เรือเหวี่ยงก็สนุกดีค่ะ คนขับเรือจะส่งสัญญาณมือให้เรารู้ตัว ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะเหวี่ยงก็เหวี่ยง (มีเวลาให้เตรียมใจและเกร็งแขนเกร็งขากันได้จ้ะ) เรือจะขับไปตามธารน้ำในเมือง Queenstown แวะหยุดบ้าง เพื่ออธิบายความเป็นมาเป็นไปของสถานที่สำคัญๆ คำแนะนำ ไม่ควรเล่นหลังทานอาหารเสร็จนะคะ อาจจะทำให้อาเจียนได้ เพราะเรือเหวี่ยงแบบนับครั้งไม่ถ้วนเลยค่า
รุ่งขึ้นเช้าวันต่อมา รีบตื่นสุดพลังเพราะกลัวตกรถขึ้นไปเล่นสกี นัดกับเพื่อนตอน 7 โมง เพื่อที่จะขึ้นบัสไปที่ลานสกี Cardrona ใช้เวลานั่งรถประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งดูวิวภูเขาไปก็เพลินๆ ค่ะ ไม่ได้รู้สึกว่านานมาก พอถึงลานเล่นสกี พนักงานก็จะพาไปยืมอุปกรณ์เล่นค่ะ ถ้าเราไม่อยากเสียเวลาตรงนี้ก็ยืมมาจากด้านล่างในเมืองได้เลยค่ะ ได้เวลาสนุกแล้ว ลุยยยย อย่าถามว่าล้มกี่ครั้ง ถามว่าพลังหมดหรือเปล่าน่าจะตอบง่ายกว่า ฮ่าๆ เพื่อนในกลุ่มที่เรียนก็น่ารักค่ะ ช่วยเหลือกันตลอด ใครที่ยังทำไม่ได้ก็พูดให้กำลังใจกัน ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันตอนเช้า
.

.
เล่นสกีมาทั้งวัน เช้า – เย็น ระหว่างทางก็นั่งหลับตลอด พอเพื่อนปลุกรู้ตัวอีกทีก็ถึงในเมืองแล้ว ฮ่าๆ ลืมตาและตั้งสติได้ก็โหยหาของหวานเลยค่ะ ไอศกรีมรส pocky honey อร่อย หวานๆ เดินกินไปดูบรรยากาศเมือง ฟรินมว๊ากกกก
.

.
หลังกลับจาก Queenstown พักเหนื่อยสักวัน ไปกระโดด Auckland Bridge Bungy Jump ใครมานิวซีแลนด์พลาดไม่ได้นะคะ ถือว่าเป็น Must do in NZ อย่างต้นๆ เลยก็ว่าได้ วันนั้นโชคดีอากาศแจ่มใส ท้องฟ้าเปิด ไม่มีฝนเลย (ตอนจองก็แอบหวั่นใจอยู่ว่าฝนจะตกมั้ย เมือง Auckland ฝนตกเป็นว่าเล่น เอะอะตกตลอด --*)
.
ตอนเดินขึ้นสะพานก็ทำใจระดับหนึงแล้ว เอ้ยยย ไม่น่ากลัวหรอก แต่พอใส่อุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว พร้อมเดินไปที่จุดกระโดด โอ้โห ขาสั่นเลย แต่พอนึกถึงเงินที่จ่ายค่า Bungy Jump ไปแล้ว ความกลัวก็หายไปในทันที ฮ่าๆ สักครั้งในชีวิตเน้อะ เอาให้สุด สนุกให้เต็มที่
.

.
และทั้งหมดนี้ก็คือทริปและกิจกรรมที่ไปเล่นตอนไปเกาะใต้ของเราค่ะ ขอเริ่มเล่าประสบการณ์เรื่องงาน Part time ที่ทำระหว่างเรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์เลยนะคะ เราไปถึงที่นิวซีแลนด์ปลายเดือนตุลาคม พอเริ่มปรับตัวและตั้งสติได้ได้ก็ประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน ฮ่าๆ เริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องงาน Part time ที่นี่ โชคดีที่มีฝ่าย Marketing คนไทยคอยให้คำปรึกษาและแนะแนวว่าต้องขอเลข IRD Number ก่อนถึงจะทำงาน Part time แบบถูกกฎหมายได้ เราก็เอาใบขอเลข IRD Number มากรอก ส่งดำเนินการและรอเลขประมาณ 1 เดือนได้ค่ะ พอเราได้เลข IRD Number แล้ว ช่วงนั้นมันอยู่ในระหว่างเดือน ธันวาคม บางร้านจะปิด Long weekend นาน เป็นเดือน บางร้านจะปิดช่วงสั้นๆ ดังนั้นเราต้องรอช่วงจังหวะที่ร้านกลับมาเปิดหลังปีใหม่อีกครั้ง (ระหว่างนั้นก็ฉลองเทศกาลกับโฮสวนไปค่า ฮ่าๆ ) หลังจากเทศกาลปีใหม่เราก็เดินหน้าสมัครงานเลยจ้ะ การสมัครงานมีหลายรูปแบบอย่างที่รู้ๆ กันคือ
1.ไปยื่น CV ไว้ที่ร้าน
2.หาตามเว็ป หรือ แฟนเพจต่างๆ
3.คนที่รู้จักแนะนำ หรือ ฝากงานให้
.
สำหรับเรา เราได้งานตามเว็ปที่เค้าประกาศรับสมัครค่ะ งาน Part time ที่เราทำคือตำแหน่ง Food delivery driver ค่ะ โดยส่วนตัว เราเป็นคนชอบขับรถนะเลยรู้สึกสนุกมากเลย ตอนที่ไปทำงาน delivery driver เราเจอแต่ลูกค้าที่น่ารักๆ บางบ้านคุยกับลูกเจ้าของบ้านจนเป็นเพื่อนกันเลย แต่การทำงานก็ต้องมีปัญหาเกิดขึ้นบ้างแร่ะเนอะ บางวันออเดอร์เยอะจนเกือบส่งไม่ทัน หาบ้านลูกค้าไม่เจอบ้าง ลูกค้าไม่อยู่ที่บ้านแต่เรามีออเดอร์อื่นต้องไปส่งต่อบ้าง ทุกอย่างสอนให้เราฝึกแก้ปัญหาและได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ทุกวันค่ะ นี่ยังคิดถึงช่วงเวลาสนุกๆ ที่นิวซีแลนด์อยู่เลย บางคนบอกว่าประเทศนี่เงียบเกินไป ประเทศนี้ไม่มีอะไรตื่นเต้น มีแค่แกะกับธรรมชาติเท่านั้น
โดยส่วนตัวเราชอบประเทศนิวซีแลนด์น่ะ ถือว่าหลงรักเลยก็ว่าได้ เพราะเราชอบธรรมชาติ เราว่าวัฒนธรรมที่นี่เค้าใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่หวือหวา ผู้คนเป็นมิตร ยิ้มแย้ม พร้อมช่วยเหลือ ถ้ามีโอกาสก็จะกลับไปอีกหลายๆ รอบแน่นอนค่ะ อิอิ
.

