iTopPlus160964411433

           Since 2000
iTopPlus1407091849065   iTopPlus118588221670   iTopPlus1175374092231   iTopPlus500232729772   iTopPlus1227607673113
เรียนต่อต่างประเทศ


( ติดต่อกลับไปภายใน 1-3 วัน )

เรียนต่อต่างประเทศ | เรียนต่อแคนาดา
iTopPlus628672439950

เรียนต่อในประเทศแคนาดา (Canada)
แคนาดา เป็นประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูง โดยให้ความสำคัญต่อการศึกษามาก และมีสถานศึกษาชั้นหนึ่ง แคนาดาใช้จ่ายเงินต่อคนในด้านการศึกษามากกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม G-7 และเป็นประเทศอันดับที่ 3 ที่เป็นสมาชิกขององค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา (โออีซีดี) ปริญญาจากมหาวิทยาลัยในแคนาดาเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล และนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษา จากมหาวิทยาลัยของแคนาดา ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่มี ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ มากมายซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสวยงาม มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ให้เลือกทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกี แคมป์ปิ้ง ปีนเขา หรือขี่จักรยาน แวนคูเวอร์เป็นอีกเมืองหนึ่ง ที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่น สวนสาธารณะสแตนลีย์ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่มีขนาดกว่า 1,000 เอเคอร์ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวเมือง นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ซึ่งมีการแสดงโชว์ของปลาวาฬและปลาโลมา เป็นต้น
สภาพอากาศแคนาดา

    สภาพอากาศของแคนาดามีความหลากหลาย ตั้งแต่ขั้วโลกเหนือที่หนาวเย็นเป็นน้ำแข็งที่เส้นรุ้งที่ 70 ไปจนถึงแนวป่าอันเขียวขจีของแถบชายฝั่งตะวันตกของบริติชโคลัมเบีย อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว แคนาดามีฤดูกาลที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัด 4 ฤดูโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแถบภูมิภาคใกล้ชายแดนสหรัฐอเมริกา ที่มีผู้คนอยู่อย่างหนาแน่น อุณหภูมิในช่วงกลางวันของฤดูร้อนอยู่ในช่วง 35 องศาเซลเซียส หรือร้อนกว่านั้น ในขณะที่อุณหภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวอาจติดลบถึง 25 องศาเซลเซียส สำหรับอุณหภูมิในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วงจะอยู่ในระดับปานกลาง

iTopPlus766129158919
ฤดูร้อน Summer

iTopPlus1196519477264
ฤดูใบไม้ร่วง Autumn

iTopPlus103990090438
ฤดูหนาว Winter

iTopPlus625384995542
ฤดูใบไม้ผลิ Spring

ระบบการศึกษาทั่วไป

ภายใต้รัฐธรรมนูญของแคนาดา ถือว่าการศึกษาเป็นความรับผิดชอบของมณฑลนั้นๆ คือแต่ละมณฑลจะมีระบบการศึกษาของตนเอง แต่ทั้งนี้มาตรฐานการศึกษาจะต้องสูงเท่าเทียมกันทุกมณฑล เนื่องจากแคนาดาจะให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยรัฐบาลจะมีเงินทุนช่วยเหลือให้กับสถาบันการศึกษา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ค่าเรียนในแคนาดาค่อนข้างต่ำ

-โดยทั่วไปแล้วนักเรียนชาวแคนาดาจะเข้าโรงเรียนอนุบาลเมื่อมีอายุครบ 4 – 5 ปี
และใช้เวลาเรียน 1 – 2 ปี ทั้งนี้แล้วแต่สมัครใจ

-เมื่อมีอายุครบ 6 ปี จะต้องเข้าเรียนชั้นเกรด 1
โดยปกติโรงเรียนจะเริ่มปีการศึกษาตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนมิถุนายน

-โรงเรียนมัธยมศึกษาจะมีไปจนถึงเกรด 11, 12 หรือ (OAC)
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมณฑลนั้นๆ เพื่อศึกษาต่อยังมหาวิทยาลัยวิทยาลัย หรือ CEGEP ของควิเบค

โอกาสของนักเรียนไทยในการเข้าไปศึกษาในประเทศแคนาดา

โดยเฉลี่ยแล้ว "หลักเกณฑ์การตอบรับเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยมีเกณฑ์การรับค่อนข้างสูง สำหรับนักเรียนไทยทั่วๆ ไป และสถาบันแต่ละแห่งจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการจำกัดที่นั่งในการเรียนสำหรับนักศึกษาต่างชาติ แต่นักศึกษาไทยก็ยังมีโอกาส ซึ่งอาจทำได้โดย

1. ในระดับปริญญาตรี นักศึกษาควรสมัครเข้าเรียนวิทยาลัยในหลักสูตร University Transfer Program ระยะเวลา 2 ปีก่อน แล้วทำคะแนนให้ดี หลังจากนั้น Transfer เข้ามหาวิทยาลัยซึ่ง College นั้นๆ มีโปรแกรมร่วมกันอยู่ และเรียนต่ออีก 2 ถึง 3 ปี ก็สำเร็จปริญญาตรี ซึ่งวิธีนี้จะทำได้ง่ายกว่าสมัครตรงเข้าไปใน มหาวิทยาลัย ส่วนคะแนนภาษาอังกฤษ สำหรับเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีนั้น คือ คะแนน TOEFL 550 ขึ้นไป

2. ระดับปริญญาโท สถานศึกษาต้องการคะแนนเฉลี่ยสะสม หรือ GPA ประมาณ 2.5 – 3.0 หรือใกล้เคียงคะแนน TOEFL ประมาณ 550 – 600 ในกรณีที่ได้คะแนนไม่ถึงตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด นักศึกษาอาจสมัครเข้าเรียนภาษาในมหาวิทยาลัยที่ต้องการจะเข้าศึกษาในช่วงเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน เมื่อเรียนภาษาไปประมาณ 4 – 5 เดือนแล้ว มหาวิทยาลัยก็จะรู้จักนักศึกษาดีขึ้น จะช่วยให้การสมัครเข้าศึกษาทำได้ง่ายขึ้น

ส่วนการสมัครเข้าศึกษาวิชาบริหารธุรกิจ ในระดับปริญญาโท หรือ MBA นั้น นักศึกษาไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ในการทำงานแต่ต้องมีคะแนน TOEFL 550 – 600 โดยเฉลี่ยสถานศึกษาจะรับคะแนน TOEFL ประมาณ 570 ส่วนคะแนน GMAT โดยเฉลี่ย 550

สำหรับผู้ที่ต้องการไปเรียนภาษา สามารถสมัครได้ทั้งในสถาบันภาษาของเอกชนและรัฐบาล สำหรับสถาบันภาษาของเอกชน กระทรวงศึกษาธิการของประเทศแคนาดา เป็นผู้ควบคุมดูแล จึงมีมาตรฐาน เท่าเทียม กันทั้ง ของรัฐและเอกชน จะแตกต่างกันที่ค่าเล่าเรียน และหลักสูตรเท่านั้น เช่น สถาบัน ภาษาของเอกชน จะเปิดรับ ทุกเดือน ตลอดปี และมักจะเปิดเรียนในวันจันทร์แรกของเดือน แต่สถาบันภาษาในมหาวิทยาลัยจะเปิดเรียนเป็นช่วงๆ เท่านั้น นอกจากนี้บางสาขาวิชา เช่น สาขาแพทยศาสตร์หรือนิติศาสตร์จะไม่เปิดรับนักศึกษาต่างชาติเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรปริญญาวิชาชีพ
ในระดับแรก เนื่องจากมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าเรียน และนักศึกษาแคนาดาเองก็สมัครเข้าศึกษาเป็นจำนวนมาก จึงไม่สามารถเปิดรับสมัครนักศึกษาต่างชาติ เข้าเรียนได้ แต่สำหรับการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา หรือปริญญาโทขึ้นไปนั้นไม่มีข้อจำกัด สำหรับนักศึกษาต่างชาติ

ปีการศึกษา
การรับเข้าเรียน มี 2 ช่วง คือ เดือนกันยายน และต้นเดือนมกราคม / ต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่โรงเรียนบางแห่งจะยืดหยุ่นให้กับนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาต่างชาติในการรับสมัครเรียน ซึ่งอาจเปิดรับตลอดปีหรือปีหนึ่งหลายๆ ครั้งก็ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียนนักเรียนต่างชาติที่สนใจและต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาในระดับประถม และมัธยม หากต้องการศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลควรติดต่อไปยังกระทรวงศึกษาที่รับผิดชอบ เกี่ยวกับการรับนักเรียนต่างชาติเข้าศึกษา หรือนักเรียนจะติดต่อโดยตรงไปยังสำนักงานกลาง ของแต่ละโรงเรียน เพื่อขอรับใบสมัครรวมทั้งระเบียบการต่างๆ ในการสมัครเข้าเรียนได้
การศึกษาต่อจากระดับมัธยมศึกษา มีหลายแบบคือ

1. Community College
หมายถึง สถาบันที่ทำการสอนทักษะทางวิชาชีพต่างๆ เช่น College of Applied Arts and Technology ซึ่งมีอยู่หลายแห่งในแคนาดา สถาบันเหล่านี้มีสาขาวิชาให้เลือกมากมาย และค่าธรรมเนียมการศึกษาก็ไม่สูงจนเกินไป ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 3 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจบการศึกษาให้เร็ว หรือผู้ที่มีเวลาน้อยในการเรียน


สาขาวิชาที่เปิดสอนคือ การศึกษาทางด้านศิลปะและเทคโนโลยี และ หลักสูตรวิชาชีพเพื่อนำไปประกอบอาชีพ ในด้านการค้าอุตสาหกรรม และหลักสูตรกึ่งวิชาชีพ เช่น บริหารธุรกิจ สาธารณสุขศาสตร์ ศิลปศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เป็นต้น หลักสูตรการศึกษาสำหรับพัฒนาทักษะในการเรียน การใช้ภาษาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส โดยทั่วๆไป หลักสูตรประกาศนียบัตร และอนุปริญญาจะมีการเรียนการสอนในระดับวิทยาลัยเท่านั้น ดังนั้นนักศึกษาโปรดตรวจสอบไปยังมหาวิทยาลัย ที่จะทำการเทียบโอนหน่วยกิตด้วยตนเอง โดยต้องส่ง curriculum (หลักสูตรการศึกษา) และ Course description (รายละเอียดวิชา) ไปด้วย 


2.มหาวิทยาลัย (University)
ภาคเรียนแรก จากเดือนกันยายน ถึงเดือนธันวาคม
ภาคเรียนที่สอง จากเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน
บางมหาวิทยาลัยจะเปิดภาคฤดูร้อน (Summer) (พฤษภาคม / กรกฎาคม / สิงหาคม)

ระยะเวลาของการศึกษาในแต่ละหลักสูตร

1. หลักสูตรระดับปริญญาตรี (Bachelor’s degree) 
โดยปกติจะใช้เวลาในการเรียนประมาณ 3 – 5 ปี ในแคนาดาจะมีหลักสูตรปริญญาตรีอยู่ 2 ประเภท คือ General Pass Degrees และ Honours Degree ในหลักสูตร Honours Degrees นี้ นักศึกษาจะต้องเรียนเพื่อให้มีหน่วยกิจมากกว่าหลักสูตรแบบ General Pass Degrees และจะต้องเขียนวิทยานิพนธ์ด้วย หากนักศึกษาคิดจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ควรเรียนในหลักสูตรประเภท Honours Degrees ในมหาวิทยาลัยบางแห่ง การเรียนหลักสูตรปริญญาตรีประเภท Pass Degrees ใช้เวลาเพียง 3 ปี และหลักสูตรปริญญาตรีประเภท Honours ใช้เวลาในการศึกษา 4 ปี แต่ในมหาวิทยาลัยบางแห่งหลักสูตรทั้ง 2 ประเภท จะใช้เวลาในการศึกษาเท่า ๆ กันคือ 4 ปี ส่วนหลักสูตรที่ใช้เวลามากกว่า 5 ปี เช่น หลักสูตรวิชาชีพ จะต้องมีการฝึกงาน โดยการร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่นักศึกษาจะไปฝึกงาน สำหรับหลักสูตรที่จำเป็นต้องฝึกงาน คือ หลักสูตรบัญชี สถาปัตยกรรมศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์

2. หลักสูตรปริญญาโท (Master’s degree)
โดยปกติจะใช้เวลาในการเรียนประมาณ 1.5 – 2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันและนักศึกษาจะต้องเรียนพื้นฐานของแต่ละหลักสูตรและจะต้องทำการสอบ ความเข้าใจ Comprehensive Examination (สอบประมวลความรู้) หรืออาจจะต้องทำการวิจัยหรือเขียนรายงานวิทานิพนธ์หรือจะต้อง เรียนวิชาพื้นฐานของแต่ละหลักสูตรพร้อมกับเขียนวิทยานิพนธ์ด้วยก็ได้ และงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์นี้ จะสามารถนำไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกได้อีกด้วย

3. หลักสูตรปริญญาเอก (Doctoral หรือ Ph.D. Degree) 
ใช้เวลาในการศึกษาอย่างน้อย 2 ปี หลังปริญญาโท หรือ 3 ปี หลังปริญญาตรี แต่อย่างไรก็ตามนักศึกษาต้องใช้เวลาเฉลี่ยอย่างน้อย 3 ถึง 5 ปี หลังจากจบปริญญาโท หลักสูตรปริญญาเอกนี้จะประกอบด้วยวิชาพื้นฐาน การร่วมสัมมนาทางวิชาการ การค้นคว้างานวิจัย การเขียนรายงานวิชาการ การนำเสนอ และการเขียนวิทยานิพนธ์เป็นต้น
การขอวีซ่านักเรียนประเทศแคนาดา

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่า ประกอบไปด้วย
iTopPlus561735499081

iTopPlus715294495054

  1. Passport ที่เหลืออายุใช้งานได้ตลอดระยะเวลาเรียน
  2. สมัครวีซ่าโดยกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ “Application for a Study Permit” และ “Family Composition Information” 
  3. รูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรง พื้นหลังสีขาว ไม่เกิน 6 เดือน ขนาด 1.37x1.77 นิ้ว จำนวน 4 ใบ 
  4. หลักฐานการศึกษาตัวจริงพร้อมสำเนา ได้แก่ Transcript และ ปริญญาบัตร
  5. หนังสือตอบรับฉบับจริงจากสถานศึกษาในประเทศแคนาดา พร้อมสำเนา 1 ชุด 
  6. หลักฐานด้านการเงิน หรือ สมุดเงินฝากของผู้สนับสนุนด้านการเงิน (ควรเปิดบัญชีเป็นระยะเวลาเกิน 12 เดือน)
  7. จดหมายรับรองการทำงานของผู้สนับสนุนที่ระบุเงินเดือนและระยะเวลาในการทำงาน หรือใบจดทะเบียนการค้าของธุรกิจของผู้สนับสนุนด้านการเงิน 
  8. นักเรียนที่มีความประสงค์ศึกษาต่อมากกว่า 6 เดือนต้องตรวจสุขภาพ 
  9. นักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปต้องยื่นใบตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ซึ่งขอได้ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  10.  นักเรียนที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปีต้องยื่นเอกสาร ขอมอบอำนาจให้นักเรียนอยู่ในความดูแล ของผู้ดูแลนักเรียนในประเทศแตนาดาจากผู้ปกครอง