iTopPlus160964411433

           Since 2000
iTopPlus1407091849065   iTopPlus118588221670   iTopPlus1175374092231   iTopPlus500232729772   iTopPlus1227607673113
เรียนต่อต่างประเทศ


( ติดต่อกลับไปภายใน 1-3 วัน )

เรียนต่อต่างประเทศ | เรียนต่อญี่ปุ่น
iTopPlus902949954705

เรียนต่อในประเทศญี่ปุ่น (Japan)
วัฒนธรรมญี่ปุ่นสอนให้เคารพต่อสังคมและมีการสร้างแรงจูงใจให้อยู่รวมเป็นกลุ่มโดยให้รางวัลเป็นกลุ่มมากกว่าจะให้รางวัลเป็นบุคคล การศึกษาของญี่ปุ่นเน้นหนักในเรื่องความขยัน การตำหนิตนเอง และอุปนิสัยการเรียนรู้ที่ดี ชาวญี่ปุ่นถูกปลูกฝังว่าการทำงานหนักและความขยันหมั่นเพียรจะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิต โรงเรียนจึงอุทิศให้กับการสอนทัศนคติ คุณธรรม จริยธรรมให้กับนักเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อที่จะพัฒนาอุปนิสัยและมีเป้าหมายในการสร้างประชากรที่สามารถอ่านออกเขียนได้ และปรับตัวให้เข้ากับค่านิยมและวัฒนธรรมของสังคมได้ความสำเร็จทางการศึกษาของญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล ในการสอบวัดความรู้ด้านคณิตศาสตร์นานาชาติ เด็กญี่ปุ่นถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆมาโดยตลอด
ระบบนี้เป็นผลมาจากการสมัครเข้าเรียนสูง ตลอดจนอัตราการรับ ระบบการสอบเข้า (การสอบเอนทรานซ์) โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัยมีอิทธิพลต่อการศึกษาทั้งระบบเป็นอย่างมาก รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้สนับสนุนทางการศึกษาแต่เพียงผู้เดียว โรงเรียนเอกชนก็มีบทบาทสำคัญในด้านการศึกษา รวมถึงโรงเรียนที่อยู่นอกระบบเช่นวิทยาลัยของเอกชน ก็มีบทบาทสำคัญในการศึกษาและเป็นส่วนมากในการศึกษาเด็กๆส่วนใหญ่จะเข้าโรงเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล แม้ว่าจะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาก็ตาม ระบบการศึกษาเป็นภาคบังคับ เลือกโรงเรียนได้อิสระและให้การศึกษาที่พอเหมาะแก่เด็กๆทุกคนตั้งแต่เกรด 1 (เทียบเท่า ป.1) จนถึง เกรด 9 (เทียบเท่า ม.3) ส่วนเกรด 10 ถึงเกรด 12 (ม.4 - 6) นั้นไม่บังคับ แต่ 94% ของนักเรียนที่จบชั้นมัธยมต้น เข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมปลาย ประมาณ 1 ใน 3 ของนักเรียนที่จบชั้นมัธยมปลายเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย 4 ปี junior colleges 2 ปี หรือเรียนต่อที่สถาบันอื่นๆ


ญี่ปุ่นเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก และเป็นสังคมที่มีระเบียบวินัย การศึกษาเป็นสิ่งที่น่าเคารพยกย่อง และความสำเร็จเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการ ประสบความสำเร็จในงานและในสังคม ทุกวันนี้ มุมมองแตกต่างออกไป โรงเรียนต่างแข่งขันกันเพื่อรับนักเรียน การสอบเอนทรานซ์กลายเป็นสิ่งที่ ทุกวันนี้ โรงเรียนรับนักเรียนในอัตราต่ำกว่าที่รับได้มาก ถือเป็นปัญหาด้านงบประมาณขั้นรุนแรง โรงเรียนถูกสร้างเพื่อรับนักเรียน 1,000 คน แต่กลับรับนักเรียนเพียง 1 ใน 3 ของจำนวนที่รับได้ แต่นี้ไม่ได้ทำให้จำนวนนักเรียนในแต่ละห้องน้อยลง ห้องเรียนส่วนใหญ่มีนักเรียนอยู่ระหว่าง 35 - 45 คน

iTopPlus544316969076

iTopPlus370489013674

iTopPlus304767192612

เศรษฐกิจ

ญี่ปุ่นมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา
เมื่อวัดด้วยจีดีพีก่อนปรับอัตราเงินเฟ้อ (ประมาณ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) และอันดับที่ 3 รองจากสหรัฐอเมริกาและจีน เมื่อวัดด้วยอำนาจการซื้อ ญี่ปุ่นมีกำลังการผลิตที่สูงและเป็นประเทศต้นกำเนิดของผู้ผลิตชั้นนำที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น รถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร เหล็กกล้า โลหะนอกกลุ่มเหล็ก เรือ สารเคมี

จากข้อมูลใน พ.ศ. 2548 แรงงานของประเทศญี่ปุ่นมีจำนวน 66.7 ล้านคนญี่ปุ่นมีอัตราว่างงานที่ต่ำคือประมาณร้อยละ 4 ค่าจีดีพีต่อชั่วโมงการทำงานอยู่ในอันดับที่ 20 ของโลกใน พ.ศ. 2548 และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย บริษัทใหญ่ของญี่ปุ่นหลายแห่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เช่นโตโยต้า โซนี่ เอ็นทีที โดโคโม แคนนอน ฮอนด้า ทาเคดา นินเทนโด นิปปอน สตีล และ เซเว่น อีเลฟเว่น ญี่ปุ่นเป็นต้นกำเนิดของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดหลายแห่ง ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวซึ่งมักจะเป็นที่รู้จักเพราะดัชนีนิเคอิมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกเมื่อวัดด้วยมูลค่าตลาดญี่ปุ่นมีลักษณะเฉพาะในการทำธุรกิจหลายอย่าง เช่นเคเระสึหรือระบบเครือข่ายบริษัทจะมีอิทธิพลในเชิงธุรกิจ การจ้างงานตลอดชีวิตและการเลื่อนขั้นตามความอาวุโสจะพบเห็นได้ทั่วไป บริษัทที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจจะถือหุ้นของกันและกัน ผู้ถือหุ้นมักจะไม่มีบทบาทกับการบริหารของบริษัท แต่ในปัจจุบันญี่ปุ่นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงออกจากระบบเก่า ๆ เหล่านี้ ใน พ.ศ. 2548 พื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรกรรมมีเพียงร้อยละ 12.6 และมีประชากรที่ประกอบการเกษตรเพียงร้อยละ 6.6เท่านั้น ผลผลิตทางการเกษตรที่ผลิตได้มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ได้แก่ไหม กะหล่ำปลี ข้าว มัน และชา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารถึงร้อยละ 60 จึงเป็นประเทศที่มีอัตราการเลี้ยงตนเองค่อนข้างต่ำ ในระยะหลังกระแสความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหารทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศเป็นที่ต้องการมากขึ้น

การแบ่งเขตการปกครอง

ญี่ปุ่นแบ่งการปกครองออกเป็น 47 จังหวัดและ แบ่งภาคออกเป็น 8 ภูมิภาค

ซึ่งมักจะถูกจับเข้ากลุ่มตามเขตแดนที่ติดกันที่มีวัฒนธรรมและสำเนียงการพูดใกล้เคียงกัน ทุกจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บริหารในแต่ละจังหวัดมีการแบ่งเขตย่อยลงไปเป็นเมืองและหมู่บ้านแต่ในปัจจุบันกำลังมีการปรับโครงสร้างการแบ่งเขตการปกครองโดยการรวมเขตย่อยที่อยู่ใกล้เคียงกันเข้าด้วย กันซึ่งจะช่วยลดจำนวนเขตการปกครองย่อยและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารเขตลงได้การรวมเขต การปกครองนี้เป็นนโยบายที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยมีการคาดการณ์ที่จะลดจาก 3,232 เขตใน พ.ศ. 2542 ให้เหลือ 1,773 เขตใน พ.ศ. 2553ประเทศญี่ปุ่นมีเมืองใหญ่เป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละเมืองต่างมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงมีสำเนียงภาษาที่แตกต่างกันออกไป

การขอวีซ่านักเรียนญี่ปุ่น

ขั้นตอนการขอวีซ่า
วีซ่านักเรียนญี่ปุ่น สถานะของวีซ่าสำหรับนักเรียนต่างชาติที่เข้ามาเรียนในประเทศญี่ปุ่นคือ
“College Student” ซึ่งระยะเวลาในการเรียนจะมีตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3 เดือน ขึ้นกับประเภทของสถาบันสำหรับ College Student Visa จะมีการออกให้ 2 ครั้งในแต่ละปี (ต้นเดือนเมษายน หรือต้นเดือนตุลาคม)
iTopPlus321212804952

การสมัครวีซ่าประเทศญี่ปุ่น
ก่อนที่จะสมัครวีซ่า นักเรียนที่มีความตั้งใจที่จะเรียนต่อญี่ปุ่นจะต้องสมัครรับ “Certificate of Eligibility for a resident status” และนำหนังสือรับรองนี้มาเป็นหลักฐานในการขอวีซ่านักเรียน โดยการสมัครหนังสือรับรองจะต้องมีหลักฐานดังนี้
1. แบบฟอร์มการสมัคร “Certificate of Eligibility for a resident status”
2. หลักฐานแสดงสถานะนักเรียน/หลักฐานการทำงาน
3. หลักฐานการจบการศึกษา
4. หลักฐานการเงิน โดยสำหรับนักเรียนที่เรียน 6 เดือนจะต้องแสดงหลักฐานการเงินอย่างน้อย 800,000 เยน (336,000 บาท) และสำหรับนักเรียนที่เรียน 1 ปี จะต้องแสดงหลักฐานการเงินอย่างน้อย 1,500,000 เยน (630,000 บาท)
4.1 กรณีที่นักเรียนใช้เงินฝากของตนเอง – นักเรียนจะต้องแสดงเงินสนับสนุนของนักเรียนให้เพียงพอต่อการเรียนต่อญี่ปุ่น โดยจะใช้หนังสือแสดงรายการการเงินจากทางธนาคารที่เป็นตัวจริงเท่านั้น
4.2 กรณีที่มีผู้สนับสนุน
4.2.1 ผู้สนับสนุนจะต้องแสดงหนังสือแสดงรายการทางการเงินจากทางธนาคาร
4.2.2 หลักฐานแสดงความสัมพันธ์กับนักเรียน
4.2.3 จดหมายแสดงค่าใช้จ่ายที่ผู้สนับสนุนเต็มใจจะจ่ายให้กับนักเรียน
4.2.4 หลักฐานทางการงานของผู้สนับสนุน
5. จดหมายรับรองจากทางผู้ค้ำประกันในประเทศญี่ปุ่น
6. จดหมายตรวจสุขภาพ
7. รูปถ่ายขนาด 3×4 เซนติเมตร (ปกติมักจะใช้ 6-8 รูป)
8. สำเนา passport
9. ค่าสมัคร ส่วนใหญ่จะประมาณ 30,000 ถึง 35,000 เยน

จากนั้นทางสถาบันจะแจ้งผลในการอนุมัติ Certificate of Eligibility มาให้กับทางนักเรียน เพื่อให้นักเรียนจ่ายค่าเรียนตามกำหนด จากนั้นทางสถาบันจะส่งหนังสือรับรองตัวจริงมาให้ เพื่อนำไปยื่นกับทางสถานทูตฯ ในการขอวีซ่าต่อไป

iTopPlus335359726099

เอกสารการยื่นขอวีซ่า
(สำหรับนำไปยื่นกับทางสถานทูตฯ)

1. หนังสือเดินทาง (มีหน้าว่างที่ไม่มีตราประทับมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป หากมีเล่มเก่า กรุณานำมาแสดงด้วย)
2. ใบคำร้องขอวีซ่า
3. รูปถ่าย (ขนาด 2×2 นิ้ว สีหรือขาวดำ)
4. แบบสอบถามเพื่อการยื่นขอวีซ่า
5. ใบรับรองสถานภาพการอยู่อาศัยในญี่ปุ่น 
6. ทะเบียนบ้าน
7. ใบเปลี่ยนชื่อตัว, ใบสำคัญการสมรส, ใบหย่า

ค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่านักเรียน
– ค่าธรรมเนียมจากทางศูนย์ JVAC 535 บาท
– ค่าธรรมเนียมวีซ่าแบบ Multiple 2,200 บาท