iTopPlus160964411433

           Since 2000
iTopPlus1407091849065   iTopPlus118588221670   iTopPlus1175374092231   iTopPlus500232729772   iTopPlus1227607673113
เรียนต่อต่างประเทศ


( ติดต่อกลับไปภายใน 1-3 วัน )

เรียนต่อต่างประเทศ | เรียนต่อจีน
iTopPlus1267956623474

เรียนต่อในประเทศจีน (China)
สาธารณรัฐประชาชนจีน ( People's Republic of China (PRC) หรือที่รู้จักในชื่อ จีน เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก กว่า 1.3 พันล้านคน กับพื้นที่ 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร นับเป็นประเทศที่มีพื้นที่ทั้งหมดใหญ่ที่สุด ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 4 และเป็นประเทศที่มีพื้นที่บนบกมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก มีความหนาแน่นของประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 35 ของโลก ที่ 139.3 คน/ตารางกิโลเมตร ประเทศจีนตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออก เป็นรัฐพรรคการเมืองเดียว ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนประเทศจีนแบ่งการปกครองออกเป็น 23 มณฑล 5 เขตปกครองตนเอง 4 เทศบาลนคร (ปักกิ่ง เทียนจิน เซี่ยงไฮ้ และฉงชิ่ง) และ 2 เขตบริหารพิเศษ ได้แก่ฮ่องกงและมาเก๊า มีเมืองหลวงอยู่ที่ปักกิ่งเมืองหลวงคือ ปักกิ่ง ภาษาทางการที่ใช้ คือ ภาษาจีนกลาง ปกครองโดยระบบ คอมมิวนิสต์ จีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก กว่า 1.3 พันล้านคน ใช้สกุลเงิน หยวนเหรินหมินปี้ (RMB?) (CNY)
ระบบการศึกษาในประเทศจีน

จีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากถึง 1,320 ล้านคน อีกทั้งยังมีชนกลุ่มน้อยอีกจำนวนมาก มีจำนวนนักเรียนนักศึกษาทั้งประเทศ 320 ล้านคน มีโรงเรียนจำนวน 680,000 โรงเรียน เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษาประมาณ 16 ล้านคน ซึ่งนับเป็นจำนวนที่สูงติดอันดับต้นๆ ของโลก ดังนั้นรัฐบาลประเทศจีนจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาด้านการศึกษาของประเทศ ระบบการศึกษาของจีนวางแผนโดยรัฐบาลกลาง โดยมีกระทรวงศึกษาธิการจีนเป็นหน่วยงาน หลักที่สำคัญที่สุดในการควบคุมดูแลระบบการศึกษา รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องของการบัญญัติ กฎหมาย กำหนดนโยบายและแผนงานด้านการศึกษา ดูแลและวางแผนการพัฒนาระบบการศึกษาจีน ปรับเปลี่ยนนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา ให้เป็นแนวทางเดียว กันทั้งประเทศ 

iTopPlus776921377712

การศึกษาภาคบังคับคือการศึกษาในระดับประถมศึกษา 6 ปี และมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี รวมเป็น 9 ปี รัฐบาลจีนให้ความสำคัญต่อการรับชาวต่างชาติเข้ามาศึกษาในจีนอย่างมาก ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ปัจจุบันมีนัก เรียนจากประเทศไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศจีนประมาณ 2,500 คน ระบบการศึกษา ประเทศจีนแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่

1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง การศึกษาในระดับประถมศึกษา (6 ปี) ระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย (6 ปี) เนื่องจากการศึกษาระดับประถมศึกษาเป็นการศึกษาภาคบังคับ ดังนั้นโรงเรียน ประถมโดยทั่วไปจะเป็นโรงเรียนของรัฐโดยจัดให้นักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียน ใกล้บ้านรัฐบาลจีนพยายามที่จะพัฒนาให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับโอกาสทางการ ศึกษาอย่างเท่าเทียมกันในขณะเดียวกันก็พยายามที่จะสร้างศูนย์กลางการศึกษาในเขต พื้นที่ ชนบทการศึกษาระดับมัธยมต้นของจีนมีระยะเวลา 3 ปี โรงเรียนมัธยมต้นในจีนส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งโดยรัฐบาล เนื่องจากยังเป็นการศึกษาภาคบังคับ หลังจากจบการศึกษาระดับประถมศึกษาแล้ว นักเรียนต้องสอบเข้าเพื่อ ศึกษาต่อในระดับมัธยมต้นโดยโรงเรียนที่จะศึกษาต่อจะกำหนดจากที่อยู่และความต้องการโดยส่วนตัวของนักเรียนเอง การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจีนแบ่งออกเป็นมัธยม ปลายทั่วไป มัธยมปลายด้านวิชาชีพ และอาชีวศึกษา โดยการศึกษาระดับมัธยมปลายของจีนใช้เวลา 3  ปี และเป็นระดับการศึกษาที่ไม่บังคับ ดังนั้นนักเรียนจะต้องรับผิดชอบค่าเล่าเรียนเอง โรงเรียนมัธยมปลายในจีนส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนของรัฐ แต่ก็มีบางส่วนที่เป็นโรงเรียน เอกชน ทั้งนี้การเข้าเรียนในระดับมัธยมปลายในจีนจำเป็นต้องสอบเข้า โดยดูจากระดับ คะแนนที่สอบได้

2. การศึกษาด้านวิชาชีพ
การศึกษาด้านวิชาชีพ หมายถึง โรงเรียนด้านวิชาชีพ รวมถึงหลักสูตรอบรมวิชาชีพระยะสั้น ปัจจุบันสถานการณ์การเติบโตของการศึกษาด้านอาชีพมีการเปลี่ยนแปลงคือ การศึกษาด้าน เศรษฐกิจการคลัง พลศึกษา ศิลปกรรม มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่วนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ มีแนวโน้มลดลง

3. การศึกษาระดับอุดมศึกษา
การศึกษาระดับอุดมศึกษา หมายถึง การศึกษาระดับอนุปริญญา ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท รวมถึงการศึกษาระดับปริญญาเอก การศึกษาระดับอุดมศึกษาของจีนมีการพัฒนาอย่างต่อ เนื่อง ภายหลังปี 1981 เป็นต้นมา จีนได้เริ่มจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามแบบสากลทั่วไป ที่ชัดเจน โดยแบ่งเป็น 3 ระดับคือ ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในจีนมีจำนวนประมาณ 3,000 แห่ง โดย 2 ใน 3 เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ และ 1 ใน 3 เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน การเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของจีนจำเป็นต้องผ่านการ สอบเข้าศึกษา โดยดูจากระดับคะแนนในการสอบ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในจีนส่วนใหญ่จะ เป็น มหาวิทยาลัยของรัฐ

4. การศึกษาผู้ใหญ่
การศึกษาผู้ใหญ่ หมายถึง การศึกษาประเภทต่างๆ ที่จัดขึ้นสำหรับผู้ใหญ่และผู้ไม่รู้หนังสือหรือ การศึกษาอื่นที่มีรูปแบบใกล้เคียงกัน การศึกษาผู้ใหญ่ในระดับสูงพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ในปี 1999 มีสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาสำหรับการศึกษาผู้ใหญ่จำนวน 871 แห่ง และยังมีอีก 800 กว่าแห่งที่เปิดการศึกษาไปรษณีย์และการศึกษาภาคค่ำ
การขอวีซ่านักเรียนประเทศจีน

1. หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน หนังสือเดินทางต้องมีหน้าวีซ่าว่างพร้อมสำเนาหน้าข้อมูลของหนังสือเดินทาง 1 ใบ

2. กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่า แบบฟอร์มขอวีซ่าสาธารณรัฐประชาชนจีน1 ใบ สำหรับ ผู้ที่ยื่นขอเพื่อจะมาทำงานในจีน (วีซ่าชนิด “Z”) ศึกษาเล่าเรียน (วีซ่าชนิด “ X ”) ประชาชนในประเทศที่ 3 และบุคคลที่มีผู้ติดตามที่ใช้หนังสือเดินทางเล่มเดียวกัน ต้องกรอกเอกสารแนบท้าย แบบฟอร์มขอวีซ่าสาธารณรัฐประชาชนจีน 1 ใบ กรุณากรอกรายละเอียดให้ครบถ้วนพร้อมเซ็นชื่อ

3. รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว (48 มม. X 33 มม.) เป็นรูปถ่ายปัจจุบัน หน้าตรง รูปสี ไม่สวมหมวก รูปถ่ายที่ใช้ในหนังสือเดินทาง 1 รูป ประชาชนอเมริกาต้องใช้รูปถ่าย 2 รูป และติดรูปถ่ายในแบบฟอร์มขอวีซ่า

4. หนังสือเดินทางจีนเล่มเดิมผู้ที่เกิดในประเทศจีน (รวมฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน) แล้วมีการโอนสัญชาติเป็นต่างชาติในภายหลัง เมื่อขอวีซ่าครั้งแรก ให้ยื่นหนังสือเดินทางจีนเล่มเดิม พร้อมสำเนาหน้าข้อมูลที่มีรูปถ่ายและหน้าต่ออายุ ของหนังสือเดินทาง (ถ้ามี)

5. เอกสารหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หากชื่อ-นามสกุลที่ระบุในหนังสือเดินทางเล่มใหม่กับหนังสือเดนทางเล่มเดิมไม่ตรงกัน ให้ยื่นเอกสารหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลที่ทางราชการออกให้

6. วีซ่าจีนเดิม ชาวจีนที่เกิดในประเทศจีนแต่ได้สัญชาติอื่นและเคยได้วีซ่าจีน เมื่อขอวีซ่าด้วยหนังสือเดินทางต่างชาติเล่มที่ออกใหม่ ให้ยื่นสำเนาหน้าข้อมูลที่มีรูปถ่ายและหน้าวีซ่าจีนที่เคยได้รับด้วย

เอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มเติมและคำชี้แจงพิเศษ

1. การยื่นขอวีซ่าธุรกิจ (วีซ่าชนิด “F “) เอกสารเชิญอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ จดหมายเชิญที่ออกโดยรัฐบาลท้องถิ่นหรือบริษัท หน่วยงานวิสาหกิจประเภทต่างๆในประเทศจีน นอกเหนือจาก《จดหมายเชิญจากหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจ》หรือ《จดหมายยืนยันการเชิญ》ที่ออกโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีน หรือ “หน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจ”จดหมายเชิญที่ออกโดยรัฐบาลท้องถิ่นหรือบริษัท หน่วยงานวิสาหกิจประเภทต่างๆในประเทศจีนนอกเหนือจาก “หน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจ” ต้องระบุข้อมูลดังนี้ : ข้อมูลส่วนตัวของผู้ได้รับเชิญ: ชื่อ-นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด ฯลฯ ข้อมูลกิจธุระผู้ได้รับเชิญ: จุดมุ่งหมายในการเดินทางเข้าประเทศจีน วันที่เดินทางเข้าและออก สถานที่ทำกิจธุระ ความสัมพันธ์ต่อหน่วยงานหรือผู้เชิญ แหล่งค่าใช้จ่าย ฯลฯ ข้อมูลหน่วยงานที่เชิญ : ชื่อหน่วยงานที่เชิญ โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ที่อยู่ ตราประทับหน่วยงาน ลายเซ็นตัวแทนผู้มีอำนาจ ฯลฯ

* โดยทั่วไป จดหมายเชิญสามารถใช้เอกสารจากโทรสาร สำเนาหรือจัดพิมพ์ได้ ในกรณีจำเป็น เจ้าหน้าที่สถานกงสุลอาจขอจดหมายเชิญตัวจริง หรือเอกสารรับรองที่เกี่ยวข้อง หรือเอกสารเพิ่มเติม หรือสัมภาษณ์ผู้ยื่นขอ แล้วแต่กรณี
* จดหมายเชิญที่จัดทำปลอมหรือกรณีอย่างอื่นที่เป็นเท็จที่ผู้ยื่น ขอยื่นนั้น จะถูกปฏิเสธการขอวีซ่า
* เจ้าหน้าที่สถานกงสุลจะพิจารณาอนุมัติวีซ่าที่มีระยะการใช้งาน ระยะเวลาพำนักและจำนวนครั้งในการเข้าประเทศที่แตกต่างกันไป ตามรายละเอียดของผู้ขอยื่น
* วีซ่าธุรกิจแบบเข้าออกหลายครั้ง ให้ดำเนินการยื่นขอในประเทศของผู้ร้องขอ หรือมีถิ่นพำนักระยะยาวและอนุญาตให้ทำงาน และต้องยื่นหนังสือเชิญ เพื่อขอวีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้งจากหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจ
iTopPlus400573612820